ในปี 2568 บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เดินหน้าตอกย้ำบทบาทผู้นำในการขับเคลื่อนความยั่งยืนและอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ทั้งในประเทศไทยและบนเวทีโลก ความสำเร็จครั้งสำคัญตั้งแต่การได้รับการยกย่องให้เป็นแบรนด์อิเล็กทรอนิกส์องค์กรที่มีมูลค่าสูงสุดของประเทศ ไปจนถึงการพัฒนาโซลูชันพลังงานอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI แบบครบวงจรตั้งแต่โครงข่ายไฟฟ้าจนถึงชิปประมวลผล (Grid-to-Chip) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเดลต้าในการสร้างนวัตกรรมควบคู่กับการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ
ตลอดระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา เดลต้าได้ขับเคลื่อนองค์กรผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการลงทุนอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ ทั้งในภาคอุตสาหกรรม การศึกษา และสังคมโดยรวม เนื้อหาต่อไปนี้คือภาพรวมของหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนเส้นทางการเติบโตของเดลต้าในปี 2568

ยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืนและนวัตกรรม
เดลต้าเริ่มต้นปี 2568 ด้วยความสำเร็จที่โดดเด่นด้านกลยุทธ์ ESG โดยในเดือนกุมภาพันธ์ บริษัทฯ ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน S&P Global Sustainability Yearbook 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 และเป็น บริษัทในประเทศไทยเพียงแห่งเดียว ในกลุ่มอุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกดังกล่าว
ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการดำเนินงานด้านความยั่งยืน อาทิ การลดความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 33% เมื่อเทียบกับปี 2560 จากความมุ่งมั่นเชิงนโยบาย เดลต้าได้เดินหน้าสู่การลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เชิงกลยุทธ์กับ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เพื่อศึกษาแนวทางการจัดซื้อพลังงานไฟฟ้าและการเข้าถึงระบบโครงข่ายไฟฟ้า ความร่วมมือนี้มุ่งบูรณาการ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และระบบกักเก็บพลังงานขั้นสูง เข้าสู่การดำเนินงานของบริษัทฯ ไม่เพียงช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานสะอาดในระยะยาว แต่ยังเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวต่อกฎระเบียบและทิศทางการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับการผลิตที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
ในเดือนมีนาคม บริษัทฯ มุ่งเน้นการแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Intelligent Asia Thailand 2025 โดยได้นำเสนอแนวคิดการเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีภาคการปฏิบัติการ และเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับโรงงานสู่ยุคอุตสาหกรรมอัจฉริยะ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ INTEGRA Digital Twin Solution โซลูชันที่ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถมองเห็นและติดตามกระบวนการผลิตได้แบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดความซับซ้อนของกระบวนการ และตัดสินใจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ตอกย้ำบทบาทของเดลต้าในฐานะผู้นำด้านโซลูชันอุตสาหกรรมดิจิทัลที่พร้อมตอบโจทย์การผลิตแห่งอนาคต

ในช่วงเวลาเดียวกัน เดลต้ายังได้นำเสนอนวัตกรรมอาคารแห่งอนาคต ในงาน NOVA Expo 2025 โดยตระหนักถึงความท้าทายที่อาคารทั่วโลกมีการใช้พลังงานสูงถึงเกือบ 30% ของการใช้พลังงานทั้งหมด การจัดแสดงของเดลต้าได้นำเสนอระบบกล้องตรวจจับอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ ระบบบริหารจัดการอาคารอัจฉริยะ LOYTEC ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีอัจฉริยะสามารถช่วยอาคารประหยัดพลังงาน ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ใช้อาคารได้อย่างสมดุล ชมวิดีโอบรรยากาศงานได้ที่นี่
ขับเคลื่อนเวทีความร่วมมือด้านนวัตกรรมสีเขียว
ช่วงกลางปีถือเป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างการมีส่วนร่วมอย่างเข้มข้น โดยในเดือนกรกฎาคม บริษัทฯ ได้จัดงาน Delta ESG Forum 2568 ภายใต้แนวคิด “ร่วมพลังทุกภาคส่วน เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน” เพื่อเปิดเวทีให้ผู้กำหนดนโยบายและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการขับเคลื่อนความยั่งยืนของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม บริษัทฯ ได้รับเกียรติอย่างสูงจาก นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เป็นประธานกล่าวเปิดงานในหัวข้อ “บทบาทความร่วมมือภาคส่วนเพื่อบรรลุเป้าหมาย ESG” ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ภายในงาน เดลต้าไม่เพียงร่วมแลกเปลี่ยนเชิงนโยบายเท่านั้น แต่ยังนำเสนอนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง โดยได้แบ่งปันแนวคิดและประสบการณ์ด้าน การกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กร ควบคู่กับการประกาศความสำเร็จในการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนสูงถึง 84% เพื่อเป็นต้นแบบให้พันธมิตรและภาคธุรกิจต่าง ๆ เดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม รับชมวิดีโอบรรยากาศงานย้อนหลังได้ที่นี่
ภายในเดือนเดียวกัน บริษัทฯ ยังได้เปิดตัว โซลูชันพลังงานอัจฉริยะอย่างครบวงจร ณ งาน Asia Sustainable Energy Week 2025 โดยไฮไลต์สำคัญคือ ตู้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า Ultra-Fast Charger ขนาด 500 กิโลวัตต์ ซึ่งสามารถชาร์จพลังงานให้รถยนต์ไฟฟ้าวิ่งได้ไกลถึง 300 กิโลเมตร ภายในเวลาเพียง 10 นาที การจัดแสดงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเดลต้าในการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานขั้นสูง ที่มีบทบาทสำคัญต่อการสนับสนุนระบบขนส่งไฟฟ้าและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด พร้อมตอกย้ำความสำคัญของโซลูชันด้านพลังงานที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในระดับประเทศ

ขณะเดียวกัน ความมุ่งมั่นด้านธรรมาภิบาลของบริษัทฯ ได้รับการยอมรับในระดับสากล ในเดือนกรกฎาคม บริษัทฯ ได้รับรางวัลจากเวที Alpha Southeast Asia 15th Institutional Investor Awards ณ ประเทศสิงคโปร์ โดยผลการตัดสินมาจากการลงคะแนนของนักลงทุนมากกว่า 600 ราย ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับสูงสุดในสาขา “Most Improved Investor Relations” ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่บริษัทฯ ได้สร้างขึ้นผ่านการสื่อสารและการมีส่วนร่วมโดยตรงของผู้บริหารกับนักลงทุน

ลงทุนเพื่อพัฒนาบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต
ไตรมาสที่สามของปี เดลต้าได้ยกระดับการลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ในเดือนสิงหาคม เดลต้าได้เปิดตัวโครงการ Delta Cup 2025 นักศึกษาภาควิศวกรรมศาสตร์กว่า 72 คน เพื่อเป็นเวทีประชันความสามารถ รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมที่อัจฉริยะและยั่งยืน โดยทีม The Blue Balaenas จากมหาวิทยาลัยมหิดลคว้ารางวัลชนะเลิศ จากผลงานระบบขนย้ายผู้ป่วยอัตโนมัติภายในโรงพยาบาล รับชมวิดีโอสรุปกิจกรรมได้ ที่นี่

โครงการด้านการศึกษายังเดินหน้าอย่างเข้มข้นในเดือนกันยายน เดลต้าได้เปิดตัวห้องปฏิบัติการสำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ ห้องปฏิบัติการ Delta Power E Lab ณ มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งนับเป็นห้องปฏิบัติการแห่งที่ 5 และห้องปฏิบัติการแห่งที่ 6 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) ห้องปฏิบัติการเหล่านี้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มีโอกาสใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับการประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ภายใต้โครงการ Future Talents Program เดลต้ายังได้สนับสนุนนักศึกษาที่มีศักยภาพสูงจำนวน 18 คน เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาพาวเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งชาติไต้หวัน (NTUST) เพื่อสร้างและพัฒนาบุคลากรคุณภาพรองรับสำหรับการเติบโตของศูนย์วิจัยและพัฒนาของเดลต้าในอนาคต
การมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรของบริษัทฯ สะท้อนผลสำเร็จอย่างชัดเจนใน พิธีมอบประกาศนียบัตรโครงการเดลต้า อะคาเดมี ประจำปี 2568 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (KMUTNB) ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองโครงการครบรอบ 10 ปี ในประเทศไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หลักสูตรของเดลต้า อะคาเดมี ได้พัฒนาและขยายจากสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ไปสู่สาขา เมคคาทรอนิกส์ และ ระบบสมองกลฝังตัว เพื่อตอบรับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ โครงการดังกล่าวยังคงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนวิสัยทัศน์ Thailand 4.0 ด้วยการเตรียมความพร้อมให้ผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 1,400 คน ให้สามารถก้าวสู่ยุคของระบบอัตโนมัติและอุตสาหกรรมอัจฉริยะได้อย่างมั่นใจ

ในด้านธุรกิจ เดือนกันยายนถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ เมื่อเดลต้าได้ลงนามความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับบริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ผ่านการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดจำหน่ายไอทีอย่างเป็นทางการ ความร่วมมือนี้ช่วยขยายการเข้าถึงโซลูชันระบบสำรองไฟ (UPS) และ โครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ของเดลต้าไปยังภาคธุรกิจทั่วประเทศได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น การผนึกกำลังกับผู้จัดจำหน่ายไอทีชั้นนำดังกล่าว ช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านระบบพลังงานที่มีความเสถียรและเชื่อถือได้ รองรับการเติบโตของระบบดิจิทัลและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลขององค์กรธุรกิจในประเทศไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ปิดฉากปีแห่งความสำเร็จด้วยผลกระทบเชิงบวกและเกียรติยศ
ไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 เป็นช่วงเวลาที่สะท้อนบทบาทความเป็นผู้นำของเดลต้า ควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้กับสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ในเดือนตุลาคม เดลต้าได้ร่วมขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย ผ่านการส่งมอบ โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ขั้นสูง ให้แก่ ศูนย์ทดสอบ วิจัย และพัฒนายานยนต์และยางล้อ (ATTRIC) ซึ่งเพิ่งเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ การสนับสนุนดังกล่าวช่วยเสริมศักยภาพด้านการทดสอบยานยนต์ในระดับสากลให้กับพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมยานยนต์และระบบการขับเคลื่อนแห่งภูมิภาค รองรับการเติบโตของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในอนาคตอย่างยั่งยืน

ความเป็นเลิศด้านภาวะผู้นำของเดลต้าได้รับการยกย่องอีกครั้งในเดือนเดียวกัน เมื่อนายวิคเตอร์ เจิ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดลต้า ประเทศไทย ได้รับรางวัล “Top CEO Award” จากเวที CEO Econmass Awards 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง สะท้อนวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำและการบริหารองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพในทุกมิติ นอกจากนี้ เดลต้ายังประสบความสำเร็จบนเวที HR Excellence Awards Thailand ด้วยการคว้ารางวัลระดับ Gold สาขากลยุทธ์การรักษาบุคลากรยอดเยี่ยม ซึ่งตอกย้ำผลลัพธ์ของการขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับบุคลากรเป็นศูนย์กลาง พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมและการเติบโตอย่างยั่งยืนของพนักงานในระยะยาว

เดือนพฤศจิกายนถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของกลยุทธ์ด้านนวัตกรรม เมื่อเดลต้าเป็นเจ้าภาพจัด งาน Delta Future Industry Summit 2025 ภายใต้ธีม “Transforming Industry with AI, Automation & Energy in Southeast Asia” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมและกล่าวปาฐกถาเปิดงานในหัวข้อ “Enabling Smart and Sustainable Industry in Southeast Asia for Global Impact” งานครั้งนี้ได้รวบรวมผู้กำหนดนโยบายและพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมอัจฉริยะและคาร์บอนต่ำในภูมิภาค สาระสำคัญของงานมุ่งเน้นแนวคิด “Greening Intelligence” โดยเดลต้าได้นำเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานแบบครบวงจร จากโครงข่ายไฟฟ้าถึงชิปประมวลผล (grid-to-chip) เพื่อรองรับการเติบโตของเทคโนโลยี AI พร้อมเวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญด้านโรงงานอัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ ที่สะท้อนความพร้อมของเดลต้าในการขับเคลื่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งถัดไป รับชมวิดีโอย้อนหลังได้ที่นี่

ในเดือนเดียวกัน เดลต้าและซีเมนส์ สมาร์ทอินฟราสตรัคเจอร์ ได้ประกาศความร่วมมือระดับโลกอย่างเป็นทางการ เพื่อพัฒนาโซลูชันระบบไฟฟ้าแบบสำเร็จรูปและโมดูลาร์ ช่วยเร่งการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมลดต้นทุนการลงทุน (CAPEX) อย่างมีนัยสำคัญ ความร่วมมือนี้จะช่วยให้ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งกลุ่มไฮเปอร์สเกลและโคโลเคชัน สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาด AI และคลาวด์คอมพิวติ้ง ด้วยประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือด้านการบริหารจัดการพลังงานในระดับสูงสุด
นอกจากนี้ เดลต้าฯ ยังได้ร่วมเฉลิมฉลองการสนับสนุนผู้ประกอบการ ผ่านโครงการ Delta DIPROM Angel Fund ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนชื่อเป็น Angel Fund Connect 2025 เพื่อสะท้อนความร่วมมืออันยาวนาน 10 ปี ในปีนี้ เดลต้าได้ลงทุนมูลค่ารวม 5 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินสนับสนุนสตาร์ทอัพจำนวน 4 ล้านบาท และเงินรางวัลอีก 1 ล้านบาทสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เพื่อเสริมสร้างการรับรู้ในโลกดิจิทัล โดยผู้ชนะในปีนี้ ได้แก่ EZYkids ROBOTIC จากผลงานของเล่นเพื่อการเรียนรู้ด้านโค้ดดิ้ง ที่เชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับเทคโนโลยี สะท้อนเป้าหมายของโครงการในการบ่มเพาะนักนวัตกรรมดิจิทัลรุ่นใหม่
ปิดท้ายปีด้วยการยอมรับจากนักลงทุนและตลาดทุน เมื่อเดลต้าได้รับรางวัลสองสาขา ได้แก่ รางวัล CEO ยอดเยี่ยม และรางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม จากเวที IAA Awards แก่บริษัทจดทะเบียนชั้นนำของประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการบริหารงานและนักลงทุนสัมพันธ์ ความเป็นผู้นำ และธรรมาภิบาลขององค์กรอย่างยั่งยืน
ก้าวต่อไป

ปี 2568 เป็นปีแห่งการพิสูจน์กลยุทธ์และการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม จากไลน์การผลิตในโรงงาน สู่ห้องปฏิบัติการในมหาวิทยาลัย และจากห้องประชุมผู้บริหาร ไปจนถึงการมีส่วนร่วมกับชุมชน เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ได้แสดงอย่างประจักษ์ชัดเจนด้านการเติบโตอย่างยั่งยืน คือ หัวใจของรูปแบบการดำเนินธุรกิจของเรา ก้าวเข้าสู่ปี 2569 เดลต้ายังคงมุ่งมั่นในพันธกิจหลัก มุ่งมั่นนวัตกรรม สะอาด และประหยัดพลังงาน เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน