นักลงทุนสัมพันธ์

สารจากคณะกรรมการ

สารจากคณะกรรมการ

ปี 2562 เป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากของบริษัทฯ โดยคณะผู้บริหารได้ใช้โอกาสในช่วงที่สภาพตลาดไม่เอื้ออำนวยต่อธุรกิจอันเกิดจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา ทำการขยายกำลังการผลิตและปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิตเพื่อเดินหน้าเข้าสู่ยุคเทคโนโลยี 5G และธุรกิจด้าน internet of things สำหรับทั้งของบริษัทฯ เองและเพื่อกลุ่มบริษัทเดลต้า

บริษัทฯ ได้มีการสร้างโรงงานใหม่ในประเทศไทย และคาดว่าจะเริ่มทำการผลิตได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 โดยโรงงานแห่งใหม่นี้ไม่เพียงแต่จะเพิ่มความสามารถในการผลิตให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์พัดลมอิเล็กทรอนิกส์ แต่ยังเพิ่มพื้นที่การผลิตเพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่โดยเฉพาะธุรกิจด้านรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และเพาเวอร์ซัพพลายสำหรับเครื่องมือทางการแพทย์ในอนาคตอันใกล้ นอกจากนี้ บรืษัทฯ ยังได้มีการปรับคลังสินค้าให้กลายเป็นโรงงานผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์ Delta Networking เช่น เราเตอร์ (Router) และสวิตช์ เป็นต้น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ย้ายฐานการผลิตมาจากประเทศจีนเพื่อกระจายความเสี่ยงของกลุ่มบริษัทเดลต้าและของลูกค้า นอกจากนี้ในปี 2563 โรงงานใหม่ที่สร้างในอีกแห่งหนึ่งของอินเดียจะเริ่มทำการผลิตที่ทำให้ได้ผลผลิตจำนวนมาก ทั้งยังมีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์มากขึ้น

สำหรับโรงงานที่มีอยู่ปัจจุบันนั้น เราได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรและสายการผลิตใหม่โดยได้นำระบบ Delta Smart Manufacturing (DSM) เข้ามาใช้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเตรียมความพร้อมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพราะระบบ DSM จะทำให้ได้ประสิทธิภาพการผลิตและอัตราการผลิตที่สูงขึ้น เพื่อลดการสูญเสียของวัตถุดิบ และยังได้สินค้าที่มีคุณภาพดีขึ้น โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาการใช้วัตถุดิบที่มีอยู่จำกัดเพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของโลก

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาที่สำคัญและมีความเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไข ฝ่ายบริหารของกลุ่มบริษัท Delta จึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบในหลายๆ ด้านเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและช่วยให้มีการดำเนินชีวิตของมนุษย์ดีขึ้น โดยการลงทุนอย่างมากในการวิจัยและพัฒนาในด้านต่างๆ เช่น ในประเทศเยอรมัน บริษัทฯ มีการเพิ่มทีมนักวิจัยเพื่อทำการพัฒนาสินค้าเพาเวอร์ซัพพลายสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มุ่งเน้นตลาดกลุ่มรถยุโรป ในอินเดีย เราก็ยังคงพัฒนาทีมวิจัยอย่างต่อเนื่องเพื่อธุรกิจโซลูชันส์สำหรับเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และ Smart Green Life เพื่อคืนสมดุลให้กับธรรมชาติและเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนในสังคม

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับบริษัทฯ โดยปกติแล้วภาวะชะงักงันทางธุรกิจอาจเกิดขึ้นได้เป็นครั้งคราว เช่น การขาดแคลนวัตถุดิบหรือความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาท แม้ว่าสงครามการค้าดูเหมือนจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มบริษัทเดลต้า เพราะความต้องการสินค้าทั่วโลกชะลอตัว แต่ความเป็นจริงแล้วกลับช่วยผลักดันให้เกิดการทำงานร่วมกันของกลุ่มในระดับที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยทั้งลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ในสภาวะที่ธุรกิจถูกทำให้หยุดชะงักในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาอย่างรวดเร็ว (Digital Disruption)

การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ได้เกิดขึ้นในปี 2562 นั้น แสดงให้เห็นถึงการเดินหน้าอย่างมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทเดลต้า ที่จะเข้าสุ่ธุรกิจ Internet of Things โดยอาศัยข้อได้เปรียบของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่หลากหลายชนิด และความสามารถในการบริหารงานในหลายประเทศของบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ อิงค์ ซึ่งเป็นการปูทางสู่ความสำเร็จในการเข้าถึงธุรกิจของแต่ละท้องถิ่น (Localization) สำหรับผลิตภัณฑ์ IoT อย่างมั่นคง

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ คณะผู้บริหารตลอดจนพนักงาน ที่ให้การสนับสนุนและเสียสละเพื่อบริษัทฯ ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้นและผู้มีอุปการะคุณทุกท่านที่กรุณาให้ความไว้วางใจ ความเชื่อมั่น และคงความสนับสนุนมาด้วยดีมาตลอดระยะเวลายาวนาน 30 ปีที่ผ่านมา คณะผู้บริหารและกรรมการจะยึดมั่นในคุณธรรมและบรรษัทภิบาล ในการดำเนินธูรกิจเพื่อความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ตลอดไป