เกี่ยวกับเรา

การวิจัยและพัฒนา (R&D)

การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาเปรียบเทียบย้อนหลัง 5 ปี

หน่วย 2557 2558 2559 2560 2561
การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา ดอลลาร์สหรัฐ (ล้าน) 85.5 87.6 102.2 113.3 111.9
สัดส่วนการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาเทียบกับยอดขาย % ของยอดขาย 6.3% 6.4% 7.7% 7.8% 6.8%

จำนวนพนักงานด้านวิจัยและพัฒนาในแต่ละศูนย์วิจัยและพัฒนา

ภูมิภาค 2557 2558 2559 2560 2561
ประเทศไทย 450 445 444 480 535
ยุโรป 316 309 318 273 295
อินเดีย 60 88 108 154 245
จำนวนพนักงานรวม 826 842 870 907 1,075

หัปี 2561 เป็นอีกหนึ่งปีที่เดลต้าลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อยอดธุรกิจที่มีการเติบโตและมีศักยภาพ ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในยานยนต์ไฟฟ้า ระบบเครือข่าย ระบบศูนย์กลางการเก็บข้อมูล และระบบไฟฟ้าอุตสาหกรรม ทำให้บริษัทฯ สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายและมีคุณภาพมากขึ้น โดยมีคุณลักษณะพิเศษที่สำคัญคือ เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน อัตราการจ่ายพลังงาน (ขนาดเล็กแต่จ่ายพลังงานสูง) และความสามารถในการนำข้อมูลด้านดิจิตอลมาใช้ (Digital intelligence) เป็นต้น นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยและพัฒนาของเดลต้ายังได้ขยายขอบเขตการใช้งานและฐานลูกค้าประเภทผลิตภัณฑ์กลุ่มเทคโนโลยีไฟฟ้ากำลังให้ครอบคลุมมากขึ้น เช่น ชาร์จเจอร์แบบไร้สายเพื่อการใช้งานเชิงอุตสาหกรรม และชาร์จเจอร์แบบรวมสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นต้น

นอกจากนี้ เดลต้ายังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดด้านเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและผลิตภัณฑ์ไฟฟ้ากำลังที่ประหยัดพลังงาน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก ได้แก่ ตลาดทั่วโลกที่มีศักยภาพสูง จำนวนลูกค้าและความต้องการของลูกค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาของบริษัทฯที่มีความเชี่ยวชาญในสาขานี้เป็นอย่างดี

เดลต้ามีศูนย์วิจัยและพัฒนาทั้งในทวีปเอเชียและยุโรป และยังร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำต่าง ๆ ในการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย การร่วมมือลักษณะนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการสร้างนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจากความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาของเดลต้า และยังช่วยสร้างสัมพันธภาพที่ต่อเนื่องและยาวนานกับคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถซึ่งจะเป็นกำลังหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยและยั่งยืนต่อไป

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการร่วมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์กับลูกค้าชั้นนำทั่วโลกเพื่อสร้างนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งนี้บริษัทฯ ยินดีต้อนรับลูกค้าใหม่ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่จะเปิดโอกาสในการขับเคลื่อนกระบวนการและใช้เทคโนโลยีใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่หลากหลายของตลาดปัจจุบัน และเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคตให้กับลูกค้าอีกด้วย

ปรัชญาการดำเนินธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของเดลต้าทำให้บริษัทฯ สามารถยืนหยัดการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อย่างยาวนานมาหลายทศวรรษ และเราจะยังเดินหน้าใช้ความเชี่ยวชาญของเราในการลดมลพิษเพื่อปกป้องโลกสีเขียวของเราทุกคน

Research and Development (R&D) and Server Storage Networking (SNT)

“Moore´s law has ended” CPUs can´t achieve 1.5x performance increase every year any more. With GPU chips a factor 1000 performance improvement within 10 years.

3000W 6000W

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับระบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายและระบบเก็บข้อมูล (Server Storage Networking - SNT)

ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าทั่วโลกได้สั่งสมความรู้และประสบการณ์อันยาวนานหลายทศวรรษในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพาเวอร์ซัพพลายที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับลูกค้าที่เป็นบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ เครือข่าย และโทรคมนาคม ดังนั้น เราจึงสามารถนำความรู้ดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี และเรามั่นใจว่าศักยภาพในการวิจัยและพัฒนาของเราจะทำให้เรายืนหยัดเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นส์อย่างครบวงจรได้เป็นอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2561 เดลต้ามีลูกค้าสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเพิ่มเติมขึ้นอีกหนึ่งราย ที่เป็นผู้นำตลาดด้านหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) สำหรับปัญญาประดิษฐ์ซึ่งรวมถึง machine learning (ML) และ deep learning (DL) ตลอดจนการควบคุมยานยนต์แบบไร้คนขับ ทั้งนี้ เดลต้ายังได้รับรางวัลที่จัดทำให้กับลูกค้ารายนี้ สำหรับ DGX2/HGX2 แพลตฟอร์ม อีกด้วย

การพัฒนาเทคโนโลยีการประมวลผลกราฟฟิก (GPU computing) ทำให้อุตสาหกรรมไฟฟ้าสำหรับหน่วยประมวลผลเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากปัจจุบันตลาดหน่วยประมวลผลแบบชิพของ Intel และ AMD อยู่ในจุดอิ่มตัวแล้ว (ดูเส้นสีฟ้าในภาพประกอบ)

ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าได้พัฒนาเทคโนโลยีพิเศษสำหรับเพาเวอร์ซัพพลายที่ใช้กับหน่วยประมวลผล GPU สำหรับใช้กับตู้เซิร์ฟเวอร์ DGX2 ซึ่งจะต้องใช้เพาเวอร์ซัพพลายแบบมาตรฐานขนาด 1U จำนวน 6 ตัว ที่มีกำลังไฟ 3000W แรงดันขาออก 54V โดยความท้าทายของเพาเวอร์ซัพพลายที่ใช้กับระบบนี้ต้องสามารถรองจ่ายพลังงานให้กับหน่วยประมวลผลที่มีความต้องการของโหลดสูงสุด (Extreme peak load demand) ได้เกินกว่า 200% ที่ความเร็ว 5A/uS

เดลต้าได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ถึงร้อยละ 98 ที่ให้กำลังไฟ 3000W และ 6000W และมีอัตราการจ่ายพลังงาน (Power density) มากกว่า 60 W/ตารางนิ้วเพื่อใช้ในการประมวลผลที่ใช้ประสิทธิภาพสูง ในระบบศูนย์ข้อมูล และระบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายอีกด้วย ทีมวิจัยและพัฒนาอยู่ระหว่างการออกแบบเพาเวอร์ซัพพลายกำลังไฟ 6000W/54V ที่ใช้เทคโนโลยีแผงวงจรใหม่ล่าสุดร่วมกับอุปกรณ์ที่ใช้สารกึ่งตัวนำชนิด GaN (Gallium Nitride) เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดเล็กแต่จ่ายพลังงานได้สูง (Power Density) และประสิทธิภาพพลังงานสูงสุดไปพร้อมกัน

นอกจากการออกแบบเพาเวอร์ซัพพลายโดยเฉพาะแล้ว ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้ายังประสบความสำเร็จอย่างมากในการขยายฐานผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในระบบศูนย์ข้อมูลให้มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น ชั้นเซิร์ฟเวอร์ที่มีอุปกรณ์ควบคุมและจ่ายไฟฟ้าประกอบด้วย

โซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

ในปี 2561 ทีมงานวิจัยและพัฒนายังคงเดินหน้าพัฒนาและปรับปรุงแพลตฟอร์มเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับตัวชาร์จไฟฟ้าที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า (On-board Charger) ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการใหม่ๆ ของลูกค้า และในขณะเดียวกันยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น ทำให้เดลต้าได้ลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มเติมอีกหลายราย

โดยแพลตฟอร์มเหล่าจะเป็นอุปกรณ์ประจุไฟฟ้าที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า รุ่น 22kW รวมถึง 15kW และ 7.2KW ที่มีแรงดันไฟ 12V-DCDC โดยมีการออกแบบให้ใช้แพลตฟอร์มเดียวกันแต่สามารถใช้ได้กับหลายรุ่น และอัตราการจ่ายพลังงานที่สูงขึ้น นอกจากนี้ เรายังพัฒนาอุปกรณ์ประจุไฟฟ้าที่ใช้ในรถยนต์รุ่น 7.2kW 1-phase ให้กับลูกค้ารายใหม่อีกด้วย

การพัฒนาแพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้เดลต้าสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงได้ภายในระยะเวลาอันสั้น และสำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มอุปกรณ์แปลงไฟ DCDC แรงดันต่ำ เดลต้ายังได้พัฒนาอุปกรณ์ต้นแบบกำลังไฟ 2.5 kW ได้สำเร็จในปี 2561 ซึ่งต่อมาได้ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่นที่ซับซ้อนขึ้นภายในปีเดียวกัน

เดลต้ามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ารายใหม่อยู่เสมอ โดยเราได้ผนวกเทคโนโลยีหลายด้านเข้าด้วยกันให้เหมาะสมกับการใช้งานที่หลากหลายตามความต้องการที่แตกต่างกันไปของลูกค้าแต่ละราย เช่น อุปกรณ์ประจุไฟฟ้าภายในรถยนต์ อุปกรณ์แปลงไฟ DCDC อุปกรณ์ควบคุมการชาร์จไฟ DC และระบบให้ความร้อน เป็นต้น

เพาเวอร์ซัพพลายออกแบบเฉพาะสำหรับการใช้งานด้านอุตสาหกรรมและการแพทย์ (IM) อุปกรณ์และชาร์จเจอร์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับการใช้งานด้านอุตสาหกรรม (IEV)

ในปี 2561 ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าได้พัฒนานวัตกรรมสำหรับการใช้งานด้านอุตสาหกรรมและการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพและความคุ้มค่าสูงสำหรับการใช้งานหลายรูปแบบ เช่น ระบบอัตโนมัติโรงงาน เครื่องกลและหุ่นยนต์ เทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี เครื่องอัลตราซาวน์ เครื่องช่วยหายใจ และเครื่องฟอกไต เป็นต้น

การนำเทคโนโลยีกำลังไฟฟ้าและการควบคุมชั้นสูงมาประยุกต์ใช้ทำให้เดลต้าสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีสมรรถนะในด้านต่างๆ สูง เช่น ความเสถียร ความยืดหยุ่นในการใช้งาน ความคงทน และความน่าเชื่อถือ

ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าได้ออกแบบชาร์จเจอร์ไร้สายสำหรับรถฟอร์คลิฟขนาด 20kW และ 30kW ซึ่งลูกค้าให้การตอบรับอย่างดี และได้มีการนำเทคโนโลยีใหม่นี้ไปประยุกต์ใช้กับการใช้งานอีกหลากหลายลักษณะด้วย สำหรับเทคโนโลยีการชาร์จด้วยลิเธียม-ไอออนถือว่ามีประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นสูงจึงเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกันไปของลูกค้า โดยความต้องการหลัก ๆ ของลูกค้า มีดังนี้

โซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

22kW Combined Charge Unit

30kW
CEC

CEC
  • • คณะกรรมการพลังงานแคลิฟอร์เนีย (CEC) กำหนดให้ชาร์จเจอร์ต้องมีประสิทธิภาพมากกว่าร้อยละ 90 ในขณะใช้งานเต็มที่ และมีอัตราการสูญเสียน้อยกว่า 20W ในโหมดที่ไม่ได้ทำงาน (Stand by)
  • • กระแสไฟอัดประจุ (Charging current) 600A
  • • ช่องว่างอากาศขณะทำงาน (Operational Airgap) (y) 100-150mm
  • • การแทนที่ (Displacement) (x,z) +/-75 mm , +/- 50 mm
  • • ขนาดแผ่นอัดประจุทุติยภูมิของตัวแปลงไฟ (Transformer Secondary Charging Pad) 55 * 700 * 520 mm
  • • ขนาดแผ่นอัดประจุทุติยภูมิของตัวแปลงไฟ (Transformer Primary Charging Pad) 50 * 800 * 600 mm

ในปี 2560 และ 2561 ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าได้พัฒนาเทคโนโลยีสำหรับชาร์จเจอร์เพื่อการใช้งานเชิงอุตสาหกรรมแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าในสหรัฐอเมริกาได้อย่างกว้างขวาง และยังสามารถนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ผลิตตัวจ่ายไฟแบบเดี่ยวและแบบประกอบตู้จ่ายไฟให้กับลูกค้าทั่วไปได้เช่นกัน

การชาร์จไฟฟ้าแบบเร็วสำหรับรถฟอร์คลิฟถือเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับนำเทคโนโลยีนี้ไปประยุกต์ใช้ในรูปแบบอื่นๆ โดยอุปกรณ์นี้มีจุดเด่นคือการชาร์จไฟอย่างรวดเร็วระหว่างการพักใช้งานรถฟอร์คลิฟในช่วงสั้นๆ ทำให้สามารถใช้รถได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังช่วยลดอัตราการเปลี่ยนแบตเตอรีและเพิ่มผลผลิตได้ด้วย

ปี 2561 เดลต้าผลิตแบตเตอรี 48V ในเชิงพาณิชย์และได้ผลิตแบตเตอรีรูปแบบอื่น ๆ ตามมาช่วงต้นปี 2562 นอกจากนี้ ซอฟท์แวร์ที่เป็นองค์ประกอบหนึ่งของชาร์จเจอร์ของเดลต้ายังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ของเดลต้าเข้ากับระบบต่างๆ ได้ตามต้องการได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เนื่องจากซอฟท์แวร์นี้จะช่วยจัดการแบ่งไฟระหว่างองค์ประกอบต่างๆ ของระบบให้มีประสิทธิภาพ โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องตั้งค่าเพิ่มเติมแต่อย่างใด นอกจากนี้ ซอฟท์แวร์ตัวนี้ยังสามารถช่วยตัดไฟอัตโนมัติหากผู้ใช้เผลอถอดปลั๊กระหว่างการชาร์จไฟแบบเร่งด่วน ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ตัวเชื่อม DC (DC Connector) เสียหายหรือเสื่อมก่อนเวลาอันควร

การวิจัยและพัฒนาสำหรับตลาดในอินเดีย

ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าที่อินเดียซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทีมวิจัยและพัฒนานานาชาติของเดลต้าได้เดินหน้าวิจัยและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อต่อยอดธุรกิจให้หลากหลายและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ

หลังจากมีการติดตั้งแผงโซลาเซลล์รวมกว่า 1 MW ทั่วอินเดีย ทีมวิจัยและพัฒนา MWP ของเดลต้าอินเดียจึงได้เริ่มติดตั้ง DelCEN 3000 ซึ่งเป็นอินเวอร์เตอร์พลังงานสูง (High power inverter) สำหรับติดตั้งภายนอกอาคาร รวมถึงอินเวอร์เตอร์ IP 65 PV ด้วย ปัจจุบัน แนวโน้มในตลาดอินเดียนิยมใช้แผงโซลาเซลล์แบบ 1500Vdc ซึ่งทีมวิจัยและพัฒนา MWP ของเดลต้าอินเดียได้ออกแบบอินเวอร์เตอร์ขนาด 2.5 MW แรงดัน 1500V PVI ให้เหมาะสมกับการใช้งานในรูปแบบนี้ด้วย

Research and Development India

นอกจากนี้ ทีมวิจัยและพัฒนา MWP ยังได้พัฒนาอุปกรณ์ชดเชยคุณภาพของระบบไฟ (Power quality compensating equipment หรือ PQCE) ขนาด 6MVAR/25kV SVG/APF สำหรับการใช้งานในสถานีไฟฟ้าขับเคลื่อน (Traction substation) โดยร่วมมือกับ องค์กรอย่าง HPRT (High power railway traction) แห่งเมืองเซี่ยงไฮ้ โดยทีมวิจัยและพัฒนา MWP ได้สร้างห้องแลบที่มีสถานีไฟฟ้าขับเคลื่อนจำลองสำหรับใช้ทดสอบประสิทธิภาพไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ (Full power testing capability) โดยเฉพาะ และยังช่วยให้ทีมวิจัยและพัฒนาสามารถสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อการใช้งานกับระบบไฟฟ้าแรงดันระดับกลาง 33/35kV 3Φ โดยไม่จำเป็นต้องมีหม้อแปลงมาใช้ในขบวนการออกแบบเพื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ทีมวิจัยและพัฒนา MWP กำลังพัฒนาอุปกรณ์จ่ายไฟแบบออนบอร์ด (On board power) สำหรับสถานีไฟฟ้าขับเคลื่อนสำหรับรถไฟ โดยทีมวิจัยและพัฒนายังได้จัดทำอุปกรณ์แปลงไฟ (Auxiliary power converter) ขนาด 3x 130kVA และอุปกรณ์แปลงไฟหลัก (Propulsion converter) ขนาด 4.5MW สำหรับการใช้งานกับรถไฟของอินเดีย ทั้งนี้จะมีการทดลองใช้รถไฟดังกล่าวในปี 2562 นี้

CEC

เพาเวอร์ซัพพลายสำหรับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (Telecom Power Systems - TPS)

ธุรกิจโทรคมนาคมที่เติบโตอย่างมากทำให้ต้องมีการพัฒนานวัตกรรมและลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ลูกค้าสามารถสร้างกำไรและมีความสามารถในการแข่งขันอยู่เสมอ นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาโซลูชันส์ต่างๆ ที่หลากหลายรวมถึงเทคโนโลยีสำหรับตลาด 4G ด้วย สำหรับทีมวิจัยและพัฒนา TPS ในอินเดีย กำลังอยู่ระหว่างการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพอุปกรณ์ในกลุ่มตัวเรียงกระแสไฟฟ้า (Rectifier) เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกมากขึ้น

ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าในอินเดียได้พัฒนาโซลูชันส์จ่ายไฟแบบผสม (Combo power solution) ที่แปลงได้ทั้งกระแส AD/DC และ DC/AC โดยอุปกรณ์ดังกล่าวได้ใช้กับระบบจัดการของไซต์งานที่ Dongguan (DG) โดยสามารถควบคุมการทำงานของระบบจากบริษัทเดลต้าอย่างมีประสิทธิภาพได้เลย โดยอุปกรณ์นี้จะช่วยลดต้นทุนและจัดการใช้พื้นที่ให้กับลูกค้าได้อย่างคุ้มค่า

อินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่ที่ประสิทธิภาพสูงขึ้นแต่มีขนาดเล็กลงนี้สามารถรองรับแรงดันไฟตั้งแต่ 300 VA ถึง 4500 VA ทำให้นำไปใช้งานได้หลากหลาย นอกจากนี้ อินเวอร์เตอร์เจนเนอเรชันใหม่ยังสามารถต่อแบบขนาน (Paralleling) ได้โดยไม่ต้องส่งข้อมูลภายใน (Intra communication) จึงทำให้รองรับไฟได้สูงสุดถึง 75 KVA ดังนั้น อินเวอร์เตอร์ขนาดเล็กรุ่นนี้จึงเป็นโซลูชันส์ที่เหมาะกับการใช้งานของลูกค้าธุรกิจโทรคมนาคมที่ไซต์งานอย่างแท้จริง

MCIS Solutions

โซลูชันส์ด้านพลังงานสำหรับระบบสำรองไฟฟ้า (MCIS)

เดลต้าได้พัฒนาเครื่องสำรองไฟกำลังสูง (High power UPS) รุ่นใหม่ให้มีหน้าจอ I/O เพื่อสะดวกต่อการใช้งาน ทั้งนี้ ลูกค้าใหญ่รายหนึ่งในอินเดียได้นำ UPS ขนาด 900KW นี้ไปใช้แล้วและให้การตอบรับเป็นอย่างดี

เดลต้าอินเดียได้พัฒนา UPS ที่ใช้แบตเตอรีลิเธียม-ไอออนสำหรับไฟกำลังกลางและสูง ซึ่งโซลูชันเหล่านี้จะเพิ่มทางเลือกที่สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่มีพื้นที่ใช้งานจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับการใช้งานในในระบบศูนย์กลางการเก็บข้อมูลหรือรูปแบบอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน

การพัฒนาระบบการจัดการแบบเตอรรี่ BMS (Battery Management System) ร่วมกับผู้ผลิตแบตเตอรีลิเธียม-ไออนทำให้เดลต้าสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มผู้ผลิตแบตเตอรีได้อย่างกว้างขวางขึ้นด้วย นอกจากนี้ โซลูชันนี้ยังสามารถทำให้ผู้ใช้งานได้รับข้อมูลทั้งหมดผ่านทาง UI (User Interface) หรือ Data portal อีกด้วย

Industrial Automation SW

ซอฟท์แวร์สำหรับระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรม

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าในอินเดียได้เร่งเสริมสมรรถนะด้านซอฟท์แวร์ ทำให้ทีมสามารถพัฒนาซอฟท์แวร์สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรม โดยซอฟท์แวร์ใหม่นี้มีโครงสร้างแบบรวม (Unified architecture) ซึ่งเหมาะสำหรับการประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ

การพัฒนาแพลตฟอร์มรุ่นใหม่ที่มีโครงสร้างแบบรวมจะช่วยให้เดลต้าสามารถสร้างสรรค์ซอฟท์แวร์อื่นๆ เพื่อการใช้งานกับผลิตภัณฑ์กลุ่ม IABG ที่หลากหลายของแบรนด์เดลต้าได้ในอนาคต โดยซอฟท์แวร์เวอร์ชั่นแรกที่เริ่มนำมาใช้งานในเดือนเมษายน 2562 นี้จะช่วยให้ลูกค้ามีสภาพแวดล้อมการทำงานแบบบูรณาการ สามารถออกแบบ กำหนด จำลอง ตลอดจนติดตามและวิเคราะห์ระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรมที่ประกอบขึ้นจากอุปกรณ์ต่างๆ ของเดลต้า นอกจากนี้ ยังจะช่วยให้เดลต้าก้าวข้ามจากการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นสำหรับอุปกรณ์และระบบอัตโนมัติที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมอย่างเต็มรูปแบบได้อีกด้วย

แพลตฟอร์มรุ่นใหม่นี้มีพื้นฐานการพัฒนาจากมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง เช่น OPC-UA รวมถึง PLCOpen และ AML เพื่อให้สามารถทำงานเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มที่มีการใช้งานอยู่แล้วในปัจจุบัน และที่คู่แข่งได้พัฒนาเพื่อใช้งานในอนาคตอีกด้วย เนื่องจากแพลตฟอร์มนี้ได้ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับซอฟท์แวร์จัดการกระบวนการผลิตที่มีการใช้งานอย่างกว้างขวางอยู่แล้ว เช่น MES และ PLM & ERP เป็นต้น

ทิศทางในอนาคต

ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าในอินเดียมีแผนระยะสั้นในการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ที่เหมาะกับการใช้งานในอนาคต เช่น อุปกรณ์แปลงไฟกำลังสูง (High power converter) รวมถึงอุปกรณ์เก็บพลังงานและพลังงานทดแทน เป็นต้น นอกจากนี้ ทีมงานยังเดินหน้าพัฒนาซอฟท์แวร์หลักๆ เพื่อนำไปใช้ในการแปลงไฟกำลังสูง เช่น โครงข่ายขนาดเล็ก (Micro-grid) หรือ PCS และการประยุกต์ใช้งานในลักษณะอื่น ๆ

นอกจากนี้ ทีมวิจัยและพัฒนาในอินเดียกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาโซลูชันสำหรับชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าและการชาร์จแบบ DC HV สำหรับแรงดัน 200-700 V เพื่อพัฒนาศักยภาพโครงการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าตามเป้าหมายปี 2573

เดลต้าได้ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้าและด้านซอฟท์แวร์เพิ่มเติม เช่น ชาร์จเจอร์และอินเวอร์เตอร์ (ตัวแปลงไฟฟ้าจากกระแสตรงเป็นกระแสสลับ) ที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า (OBCM and Traction Inverter) เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการเติบโตทางธุรกิจของเรา ทั้งนี้ ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าในอินเดียจะประสานงานกับศูนย์วิจัยและพัฒนาอื่นๆ ของเดลต้าในการนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มาพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเดลต้าต่อไปในอนาคต

Standard Industrial Power Supplies

เพาเวอร์ซัพพลายมาตรฐานสำหรับการใช้งานเชิงอุตสาหกรรม

ในปี 2561 ทีมวิจัยและพัฒนาเพาเวอร์ซัพพลายเพื่อการใช้งานเชิงอุตสาหกรรม (IPS) ในไทยและไต้หวันประสบความสำเร็จอย่างมากในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี นอกจากนี้ เดลต้ายังได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Dinrail CliQ III และ Dinrail VA ได้แก่รุ่น 24V/5A และ 10A & 20A ซึ่งทำให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สำหรับระบบขั้นสูง สำหรับผลิตภัณฑ์ซีรีย์ VA จะมีหน้าจอแสดงผลซึ่งให้ข้อมูลที่สำคัญต่าง ๆ กับผู้ใช้ เช่น แรงดันออก กระแสและพลังงาน (VA) รวมถึงอายุการใช้งานของเพาเวอร์ซัพพลายด้วย ทีม IPS ยังสามารถใช้ความเชี่ยวชาญออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการที่แตกต่างของลูกค้า เช่น เน้นที่ราคาประหยัด หรือ เน้นที่ประสิทธิภาพระดับสูง ซึ่งความสามารถดังกล่าวทำให้เพาเวอร์ซัพพลายกลุ่มนี้ของเดลต้าสามารถตีตลาดทั่วโลกได้ในระยะเวลาอันสั้น

สำหรับเพาเวอร์ซัพพลายแบบมาตรฐานรุ่นใหม่ เช่น รุ่น PMH และรุ่นมาตรฐาน NEC Class 2 ก็เป็นอีกทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้งานทั่วไปในครัวเรือน ส่วนตลาด LED เดลต้าก็มีเพาเวอร์ซัพพลายรุ่น LNP-C แบบพลังงานต่ำที่เหมาะกับการใช้งานในลักษณะนี้ของลูกค้า และเพาเวอร์ซัพพลายรุ่นเหล่านี้ยังสามารถแยกใช้เป็นชิ้นเดี่ยวเพื่อความสะดวกของลูกค้าได้ด้วยเช่นกัน



เพาเวอร์ซัพพลายสำหรับงานด้านการแพทย์กลุ่ม MEG คือ รุ่น MEG-2K1A6 ที่มีเอาต์พุต 2.1kW และสามารถรองรับเอาต์พุตขนาด 5”x 10”x1.59” ได้สูงสุด 6 ตัวนี้ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์เด่นในกลุ่มนี้ นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น อแดปเตอร์รุ่น MEA-250A24C และ รุ่น MEU-600C24 ที่ใช้การนำความเย็นยังช่วยให้กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับงานด้านการแพทย์มีความหลากหลายสำหรับลูกค้าในธุรกิจนี้ สำหรับในปี 2562 เดลต้าจะเน้นผลิตภัณฑ์กลุ่มอื่นๆ เช่น เพาเวอร์ซัพพลายแบบยึดติดโดยไม่ต้องมีราง (Panel mount) แบบเปิด (Open Frame) และแบบราง (Dinrail) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและธุรกิจต่างๆ ที่หลากหลายมากขึ้น เดลต้าเชื่อมั่นว่าปี 2562 จะเป็นอีกปีที่เดลต้าได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้นำด้านการวิจัยและพัฒนาและการผลิตเพาเวอร์ซัพพลายแบบมาตรฐานรุ่นต่างๆ และส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจนี้ของเดลต้าก็จะยังเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอในทุกพื้นที่ทั่วโลก