เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและโซลูชันอัจฉริยะเพื่อสิ่งแวดล้อม เปิดสำนักงานแห่งใหม่ในเมืองยะโฮร์บาห์รูอย่างเป็นทางการ นับเป็นการขยายการดำเนินงานในประเทศมาเลเซียเพิ่มเติมจากสำนักงานที่มีอยู่ในเปอตาลิงจายาและปีนัง สำนักงานแห่งใหม่นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของเดลต้าที่มีต่อตลาดมาเลเซีย พร้อมเสริมศักยภาพของบริษัทในการสนับสนุนลูกค้าและพันธมิตรทั่วพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ของประเทศซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
การขยายการดำเนินงานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่มาเลเซียยังคงดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล การผลิตขั้นสูง และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เมื่อภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้เติบโตขึ้น องค์กรต่าง ๆ จึงต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความมั่นคง ยืดหยุ่น และประหยัดพลังงาน เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานที่สูงขึ้น ด้วยการนำระบบอัตโนมัติมาใช้มากขึ้น ตลอดจนการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากยิ่งขึ้น เดลต้ามีความพร้อมในการช่วยลูกค้ารับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชันแบบบูรณาการที่ครอบคลุมระบบพลังงาน ระบบระบายความร้อน ระบบอัตโนมัติ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
สำนักงานแห่งใหม่ในยะโฮร์บาห์รูตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ภายในเขตศูนย์กลางอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ภาคใต้ (SiLC) เมืองอิสกันดาร์ปูเตรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจยะโฮร์-สิงคโปร์ ทำเลดังกล่าวช่วยให้เดลต้าสามารถทำงานร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรในพื้นที่ได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ท่ามกลางการลงทุนในภูมิภาคที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
“มาเลเซียกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงใหม่ของการเติบโต โดย AI โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการผลิตขั้นสูง กำลังเข้ามาปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์อุตสาหกรรมของประเทศ” นาย Eng Yong Ch’ng ผู้จัดการประจำประเทศ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ มาเลเซีย กล่าว “ในขณะที่องค์กรต่าง ๆ ขยายการลงทุนในด้านเหล่านี้ ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงแค่การเพิ่มกำลังการผลิตหรือขีดความสามารถเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีความมั่นคง ประหยัดพลังงาน และพร้อมรองรับความต้องการในอนาคต สำนักงานแห่งใหม่ในยะโฮร์บาห์รูจะช่วยเสริมความสามารถของเราในการสนับสนุนลูกค้าและพันธมิตร ขณะที่พวกเขาเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้”
Delta Future Forward 2026
เพื่อยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่มีต่อประเทศมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง เดลต้าจะจัดงาน Delta Future Forward 2026 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ในวันที่ 30 กรกฎาคม โดยเวทีดังกล่าวจะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญชั้นนำจากหลากหลายภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางที่มาเลเซียสามารถพัฒนาระบบนิเวศที่จำเป็นต่อการรองรับการเติบโตในระยะต่อไป ซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI
งานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Building a Resilient, Energy-Efficient Future” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการเติบโตของ AI ในระยะยาว ภายในงานจะมีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับระบบพลังงานที่มีความมั่นคง เทคโนโลยีระบายความร้อนขั้นสูง การผลิตอัจฉริยะ และการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศ AI ให้สามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น และยั่งยืน
“การลงทุนด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในมาเลเซีย กำลังสร้างโอกาสใหม่ให้กับองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม” นายเจสัน หยวน ประธานประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ กล่าว “เดลต้าเชื่อว่าความสำเร็จในระยะยาวขึ้นอยู่กับการผสานความสามารถด้านระบบพลังงาน ระบบระบายความร้อน ระบบอัตโนมัติ และการผลิต ให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบนิเวศแบบบูรณาการ งาน Delta Future Forward 2026 จึงเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้นำในภาคอุตสาหกรรมได้แลกเปลี่ยนมุมมอง ต่อยอดความร่วมมือ และร่วมกันสนับสนุนลูกค้าในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีความมั่นคง ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต”
การเสวนาภายในงาน Delta Future Forward 2026 จะมุ่งเน้นถึงองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการรองรับการเติบโตของ AI ในระดับขนาดใหญ่ ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ไปจนถึงการผลิตขั้นสูง ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน และระบบนิเวศโดยรวมที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างบทบาทของมาเลเซียในห่วงโซ่มูลค่า AI ระดับภูมิภาค
ผู้เข้าร่วมงานจะมีโอกาสชมการจัดแสดงโซลูชันศูนย์ข้อมูลสำหรับ AI ระบบพลังงานที่เชื่อมโยงตั้งแต่ไมโครกริดไปจนถึงศูนย์ข้อมูล และเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ เพื่อให้เห็นภาพอย่างใกล้ชิดว่าโซลูชันเหล่านี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสภาพแวดล้อมการทำงานจริงได้อย่างไร